http://www.bonsaibaan.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก Home  รวมรูปภาพ Gallery  วีดีโอ Videos  บทความ Article  เว็บบอร์ด Webboard  ติดต่อเรา contact us
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
Menu
หน้าแรก Home
รวมรูปภาพ Gallery
วีดีโอ Videos
บทความ Article
เว็บบอร์ด Webboard
ข่าวสาร news
สถานที่ตั้ง Map
การปลูกบอนไซเบื้องต้น
บอนไซ วีดีโอ
ดวงชะตาปี2560
สาระน่ารู้
GREEN TOUR ท่องเที่ยวเขียวๆ




 

ผาตาด-ภูเตย อลังการน้ำตกงามที่ทองผาภูมิ...ดินแดนแห่งเพชรพระอุมา



ผาตาด-ภูเตย   อลังการน้ำตกงามที่ทองผาภูมิ...ดินแดนแห่งเพชรพระอุมา

โดย : ปิ่น บุตรี (pinn109@hotmail.com)

ป่าเขาแห่งทองผาภูมิที่ได้ชื่อว่าเป็นแรงบันดาลใจให้พนมเทียนใช้เป็นฉากต่างๆในเพชรพระอุมา

      

 “ทองผาภูมิ”(จ.กาญจนบุรี) อำเภอนี้นอกจากจะมีชื่อฟังร่ำรวยมหาศาล เพราะในชื่ออำเภอมี “ทอง”(ผาภูมิ) ประทับหราอยู่ในนั้นแล้ว อำเภอนี้ยังเป็นดินแดนแห่งเพชรอีกด้วย
       
       เพชรที่ว่าไม่ใช่เป็นราชาแห่งอัญมณี หากแต่เป็น “เพชรพระอุมา” นวนิยายชื่อก้องฟ้าเมืองไทยที่ได้ชื่อว่ายาวที่สุดในโลก ประพันธุ์โดยครู “พนมเทียน”(ศิลปิน แห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2540) ที่ว่ากันว่าฉากสำคัญๆในเพชรพระอุมาหลายๆฉากท่านได้แรงบันดาลใจมาจากขุนเขา ป่าไพร ในทองผาภูมิ จนอำเภอนี้เป็นที่รู้จักกันดีของแฟนานุแฟนเพชรพระอุมาว่าเป็นดินแดน แห่ง(ฉาก)เพชรพระอุมา
       
       ปี 2 ที่แล้วผมไปเที่ยวทองผาภูมิ เจอกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ชาวทองผาภูมิคนหนึ่งที่เป็นแฟนพันธุ์แท้เพชรพระอุ มา แกพาผมไปดูขุนเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังวัดท่าขนุน(จากมุมมองหน้าที่ว่าการ อำเภอ) นายทหารคนนั้นบอกกับผมว่า ในความคิดของแกเชื่อว่าเขาลูกนี้น่าจะเป็นที่มาของเขา “พระศิวะ” เพราะเท่าที่ได้เปรียบเทียบบรรยากาศฉากต่างๆแล้ว มันใช่เลย
       
       “ช่วงหลังฝนตกมีหลอกลอยปกคลุมมันดูลี้ลับ คืนวันขึ้น 5 ค่ำผมก็เคยมาดู ผมว่ามันเหมือนกับในนิยายน่ะ” นายทหารคนนั้นบอก

ขุนเขาในทองผาภูมิที่มีบางคนเชื่อว่าถูกใช้เป็นฉากสำคัญในเพชรพระอุมา

       

สำหรับเรื่องนี้มันมีหลายกระแส บ้างก็ว่าเขานั่นเขานี่ บางคนว่าป่านั่นป่านี่ หรือไม่ก็ว่าตรงนั่นตรงนี้ เป็นฉากในเพชรพระอุมา โดยเฉพาะที่มีคนพูดถึงกันมากก็คือ “เขาแหลม” ที่เชื่อว่าเป็นเขาพระศิวะ ส่วนมรกตนครนั้นก็คือ“เหมืองปิล็อก” นั่นเอง ซึ่งผมขอฟังหูไว้หู
       
       อีกอย่างเวลาที่ผมนึกถึงฉากป่าเขา ถ้ำ หลุมอุกาบาตร ขุนเขาหิมะ เมืองผีดิบ หรือมรกตนครในท้องเรื่อง ผมมักนึกไม่ค่อยมีจินตนาการ ไม่เหมือนกับฉากที่ “รพินทร์”(ไพรวัลย์) กับ “หม่อมน้อย-ดาริน”(วราฤทธิ์) กุ๊กกิ๊กกัน โดยเฉพาะฉากเลิฟซีนนี่ เห็นภาพชัดทีเดียว
       
       อย่างไรก็ดีสำหรับการมาเที่ยวทองผาภูมิหนล่าสุดของผม ผมไม่ได้มาตามรอยเพชรพระอุมาสู่มรกตนครเพราะติดต่อรพินทร์กับแงซายไม่ได้ แต่ผมมาเที่ยวค้นหาน้ำตกใหญ่ ที่ชื่อ “ภูเตย” ที่เป็นน้ำตกที่เพิ่งเปิดตัวสู่การท่องเที่ยวเมื่อไม่นานมานี้

น้ำตกผาตาดท่ามกลางแมกไม้

       น้ำตกผาตาด
       
       ก่อนจะไปน้ำตกภูเตย ผมแวะเที่ยว“น้ำตกผาตาด” ที่อยู่ในเส้นทางผ่านกันก่อน
       
       น้ำตกผาตาด อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ เข้าไปทางเดียวกับน้ำพุร้อนหินดาด
       
       บริเวณน้ำตกผาตาด มีบรรยากาศน่าเที่ยวมาก ทางเดินจากจุดจอดรถสู่ตัวน้ำตกร่มรื่น เขียวครึ้ม มีการจัดภูมิทัศน์ที่คงสภาพความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างดี แต่เส้นทางก็ไม่ลำบากสมบุกสมบัน เดินสบาย เพียงแต่ในหน้าฝนอย่างนี้ต้องระวังลื่นหัวทิ่มกันนิดหน่อย เพราะบางจุดพื้นเปียกแฉะ เวลาเดินต้องละเอียดนิดส์นึง

น้ำตกผาตาดชั้นไม่สูง แต่เด่นที่สายน้ำแผ่สยายกว้างไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ

       

น้ำตกผาตาดมี 3 ชั้น เป็นน้ำตกหินปูนที่ไม่เน้นแนวดิ่ง เพราะไม่สูง หากแต่เน้นแผ่ขยายไปในทางกว้าง ชั้นแรกมีลักษณะเป็นชั้นเตี้ยลดหลั่นซ้อนชั้นกัน มีต้นไม้ขึ้นสลับเป็นช่วงๆ ขณะที่ชั้น 2 ที่อยู่ใกล้ๆกัน(มาก) ก็ยังคงเป็นลักษณะเดียวกับชั้นแรก
       
       ส่วนชั้น 3 ที่ต้องเดินไกลออกไปหน่อยถือเป็นไฮไลท์ของน้ำตกแห่งนี้ เพราะตัวน้ำตกมีความสวยงาม กว้างกว่า 10 เมตร มีเชิงชั้นไหลลดหลั่นซ้อนกันมา จากต้นน้ำเบื้องบนเกิดเป็นสายน้ำตกชุ่มฉ่ำไหลถั่งโถมแผ่สยายเป็นสีขาวฟูฟ่อง ส่งเสียงอึงคะนึง ท่ามกลางบรรยากาศรอบข้างที่ร่มรื่นเขียวครึ้ม เห็นแล้วกระตุ้นอารมณ์ให้อยากลงเล่นน้ำยิ่งนัก แต่งานนี้คงต้องอดใจไว้ เพราะเรามีภารกิจพิชิตน้ำตกภูเตยที่ได้ยินกิตติศัพท์มาก่อนล่วงหน้าว่า เส้นทางลุยเอาเรื่องเหมือนกัน

น้ำตกผาตาด ธรรมชาติร่มรื่นสวยงาม
       น้ำตกภูเตย
       
       จากน้ำตกผาตาด ผมมานอนพักที่ทองผาภูมิ 1 คืน จากนั้นวันรุ่งขึ้นก็ได้เวลาออกเดินทางสู่น้ำตกภูเตยกัน
       
       น้ำตกภูเตย อยู่ห่างจากตัวเมืองทองผาภูมิไปราว 30 กม. ทางเข้าน้ำตกต้องผ่าน “หมู่บ้านภูเตย” หมู่บ้านชาวอีสาน ที่อพยพมาตั้งรกราก ทำมาหากิน ทำไร่ ทำสวน อยู่ที่เมืองกาญจน์ ซึ่งที่หมู่บ้านแห่งนี้เรามีนัดกับผู้ที่จะมาทำหน้าที่แทนรพินทร์พาผมลุย น้ำตกในครั้งนี้คือ “ลุงพล”(ณัฐพล แสงแก้วเขียว) ที่อายุอานามก็น่าจะไล่เลี่ยกับลุงบุญคำในเพชรพระอุมา
       
       ลุงพลวันนี้มีอายุ 60 กว่าแล้ว แต่ยังแข็งแรง แกได้ชื่อว่าเป็นผู้ค้นพบน้ำตกภูเตยอย่างเป็นทางการในปี 2528 ซึ่งเป็นการค้นพบโดยบังเอิญระว่างที่ลุงพลกับเพื่อนชาวกะเหรี่ยงเข้าป่าไปหา หน่อไม้กัน แล้ว(บังเอิญ)ไปเจอน้ำตกแห่งนี้เข้า
ดอกกระเจียวสีแดงที่พบระหว่างทาง

       

เดิมน้ำตกแห่งนี้ไม่ได้เป็นที่สนใจของชาวบ้าน เพราะพวกเขาต่างทำมาหากิน บางคนเข้าไปหาหน่อไม้แล้วก็ใช้ลำธารน้ำตกเป็นที่แวะพัก แวะกินน้ำ อาบน้ำอาบท่า แต่เมื่อลุงพลมาเจอเข้าแล้วไปบอกต่อ จนเป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวาง ทางรีสอร์ทแห่งหนึ่งได้เห็นศักยภาพ จึงจัดทริปนำคนมาเที่ยว หลังจากนั้นทางททท.เมืองกาญจน์ก็ผลักดัน โปรโมทให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองกาญจน์
       
       น้ำตกภูเตยมีชื่อเรียก(ชื่อเดิม)ในภาษากระเหรี่ยงว่า“น้ำตกห้วยองเผาะ” ตั้งอยู่ในเขตป่าชุมชนของหมู่บ้านภูเตย ทางเข้าสู่น้ำตกต้องผ่านพื้นที่ไร่กะหล่ำ มันสำปะหลัง ข้าวโพด ของชาวบ้าน จากนั้นจึงจะเป็นทางเดินเท้าในป่าที่เส้นทางค่อยๆจากพื้นที่ราบลงสู่ผืนป่า ใหญ่เบื้องล่างที่มีความอุดมสมบูรณ์ดุจดังทองธรรมชาติที่ซุกซ่อนตัวอยู่ใต้ พื้นที่การทำไร่ของชาวบ้าน ซึ่งผมอดนึกถึงฉากป่าในหุบเหวที่รพินทร์กับดารินตกลงไปแล้วไปเจอกัน จนเกิดบ่มเพาะเป็นความรักอันแสนคลาสสิกไม่ได้

เส้นทางสู่น้ำตกภูเตยบางช่วงต้องลุยน้ำข้ามไป

       

สำหรับเส้นทางสู่น้ำตกช่วงแรกเป็นป่าไผ่ก่อนเปลี่ยนไปเป็นป่าโปร่ง จากนั้นป่าเริ่มรกดิบขึ้น เส้นทางก็เริ่มสมบุกสมบัน ยิ่งเดินป่าในหน้าฝนอย่างนี้ ความลำบากยิ่งเพิ่มเป็นเท่าตัวจากการเดินป่าในช่วงหน้าหนาว เพราะมันมีทั้ง เหนื่อย แฉะ เปียก ลื่น ล้มหัวทิ่มหัวตำ แต่กระนั้นใน 2 ข้างทางก็มีธรรมชาติน่าสนใจหลากหลายให้ชม ไม่ว่าจะเป็น ปูตัวสีเหลือง เห็ดหลากหลายรูปแบบ ดอกไม้ป่าต่างๆ กระเจียวที่ออกดอกผลิบานทั้งสีขาว ส้ม แดง และ ฯลฯ
       
       เมื่อเข้าสู่เขตป่าทึบอย่างเต็มตัว ผมได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ไกลๆ หะแรกคิดว่าตัวน้ำตกคงอยู่ไม่ไกล แต่ที่ไหนได้มันเป็นแค่ลำธารกับแอ่งน้ำตกชั้นเตี้ยๆ ที่ลุงพลบอกว่าแบบนี้ไม่เรียกน้ำตก น้ำตกจริงต้องเดินไปอีก ส่วนจะไปไกลแค่ไหนแกไม่ได้บอก เพราะแกเดินจ้ำอ้าวไปโน่นแล้ว
       
       ผมและคณะเดินตามลุงพลต่อไป บางช่วงต้องลุยน้ำ ลุยแอ่ง ข้ามลำธาร แต่บางช่วงดีหน่อยมีสะพานลำลองไว้ให้เดิน

ถั่งโถมเป็นสายไหลฟูฟ่อง

       

หลังเดินตะลุยมาได้ประมาณ 2 ชั่วโมง พวกเราก็มาถึงยังน้ำตกชั้นแรกที่แม้จะเป็นน้ำตกเล็กๆไม่สูงใหญ่ แต่ผมก็ชื่นใจ เพราะเรามาถูกทาง และรู้สึกได้ว่าของดีที่เป็นไฮไลท์อยู่อีกไม่ไกล
       
       จากน้ำตกชั้น 1 เราไปพักกินข้าวเที่ยงกันที่ริมลำธารบริเวณน้ำตกชั้น 2 แล้วจึงออกเดินหน้าสู่น้ำตกชั้นต่อๆไป
       
       ลุงพลยังคงนำเดินต่อไปแบบไม่มีเหนื่อยทั้งๆที่อายุ 60 กว่าแล้ว ส่วนผมที่อายุอานามจัดอยู่ในรุ่นลูกแกกลับลูกสึกเหนื่อยจับใจ
       
       แต่จากนั้นไม่นานเราก็ได้พักกันที่น้ำตกชั้น 3 ให้เอาน้ำลูบหน้าลูบตา แล้วออกลุยต่อสู้น้ำตกชั้น 4,5,6 โดยระหว่างทางก็หยุดถ่ายรูปไปเรื่อย ก่อนจะมาหยุดกันอย่างจริงจังที่ชั้น 7 มองเห็นน้ำตกไหลเป็นสายตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

สายน้ำที่ถั่งโถมของน้ำตกภูเตยชั้น 7

       สำหรับชั้น 7 ที่นี่ ไม่ใช่ที่โฟร์ซีซันจึงไม่ใช่สวรรค์ หากแต่เป็นหนึ่งในชั้นไฮไลท์ ที่ตัวน้ำตกมีความสูงกว่า 80 เมตร กระหน่ำไหลถาโถมลงมาจากโตรกผาแผ่สยายเป็นสายลงมาสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างดูน่า ตื่นตาตื่นใจ
       
       จากนั้นเราไปต่อกันที่ชั้น 8 ที่อยู่ใกล้ๆกัน แต่ว่าทางไปนี่ต้องค่อยไป เพราะหน้าฝนถนนลื่นฉันใด ทางเดินป่าก็ลื่นยิ่งกว่า
       
       น้ำตกชั้น 8 มีความสูงเกือบ 100 เมตร เป็นน้ำตกสายใหญ่ที่สายน้ำไหลโจนทะยานหายลงไปสู่เบื้องล่างท่ามกลางแมกไม้ เขียวขจีรอบข้างดูสบายตา ส่วนชั้นที่ 9 ที่เป็นสิ้นสุดของการเที่ยวชมน้ำตกภูเตยนั้น เป็นชั้นที่สูงที่สุด มีความสูงถึง 120 เมตร ถือเป็นอีกหนึ่งชั้นไฮไลท์ของน้ำสายนี้เช่นเดียวกับชั้น 8

น้ำตกภูเตยชั้น 8 ไหลหายลงไปในเหวเบื้องล่าง

       

อย่างไรก็ดี ลุงพลบอกกับผมว่า จากนี้ไปยังมี น้ำตกชั้น 10-12 อีก แต่ในช่วงหน้าฝนอย่างนี้ลงไปลำบากเส้นทางอันตราย มาก ซึ่งลุงพลไม่แนะนำ ครับงานนี้ผมและเพื่อนๆไม่มีใครปฏิเสธดึงดัน เพราะเท่าที่ลุยกันมาถึงแค่นี้ก็ถือว่าคุ้มมากแล้ว
       
       ส่วนคราวหน้าหากจะมากันอีก ผมขอเตรียมตัว เตรียมพร้อม และเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นให้มากกว่านี้
       
       ที่สำคัญคือผมต้องขอให้ 2 ผู้เชี่ยวชาญแห่งการลุยป่าร่วมทางมาด้วย
       
       นั่นก็คือ “รพินทร์”กับ“แงซาย”!!!

น้ำตกภูเตยบางช่วงเด่นทางด้านกว้างมีสายน้ำไหลเป็นชั้นๆ
       
       *****************************************
       
       เนื่องจากการเรียกชั้นต่างๆของน้ำตกภูเตยไม่มีการกำหนดแน่ชัด ในบทความนี้จึงขออ้างอิงจากการเรียกของลุงพล ผู้นำทางเป็นหลัก
       
       น้ำตกภูเตยจะสวยที่สุดในช่วงหน้าฝน หลังเข้าพรรษาเป็นต้นไป เพราะมีปริมาณน้ำมากและแรง แต่ว่าการเดินเท้าสู่ตัวน้ำตกค่อนข้างลำบากและสมบุกสมบันเอาเรื่องเหมาะ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย ขณะที่ช่วงปลายฝนต้นหนาวถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับบุคคลทั่วไปในการ เที่ยวน้ำตก เพราะทางเดินไม่ลื่น ไม่ยากลำบาก และยังมีสายน้ำในปริมาณที่พอเหมาะให้สัมผัสชื่นชม
       
       ผู้สนใจสัมผัสความงามของน้ำตกผู้เตย สามารถสอบถามเกี่ยวกับ ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง และรายละเอียดอื่นๆในการเที่ยวน้ำตกและพื้นที่ใกล้เคียงได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานกาญจนบุรี โทร. 0-3451-1200,0-3451-2500

คัดจาก นสพ.ผู้จัดการ ฉบับบวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2556

ขออนุญาตเผยแพร่ด้วยจิตคารวะ


Tags : ผาตาด ภูเตย ทองผาภูมิ กาญจนบุรี น้ำตก

 
« September 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
กรมอุตุนิยมวิทยา
บ้านและสวน
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ผู้จัดการ
คมชัดลึก
กรุงเทพธุรกิจ
bangkokpost
Nation
โพสต์ ทูเดย์
แนวหน้า
discovery channel
ฮวงจุ้ยอินเตอร์
เพื่อนบ้านทั้งหมด
Link
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
yellowpages.co.th
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
unseentourthailand.com
the potted World
igetweb.com
-----[FreeSplanS.com]-----ศูนย์รวมแบบบ้าน และ ตกแต่ง หลากหลายสไตล์-----
igetweb.com
Everything is Easy with Easy Branches.
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
Free advertising
เพื่อนบ้านทั้งหมด
 หน้าแรก Home  รวมรูปภาพ Gallery  วีดีโอ Videos  บทความ Article  เว็บบอร์ด Webboard ติดต่อเรา contact us
By bonsaibaan.com.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view