http://www.bonsaibaan.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก Home  รวมรูปภาพ Gallery  วีดีโอ Videos  บทความ Article  เว็บบอร์ด Webboard  ติดต่อเรา contact us
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
Menu
หน้าแรก Home
รวมรูปภาพ Gallery
วีดีโอ Videos
บทความ Article
เว็บบอร์ด Webboard
ข่าวสาร news
สถานที่ตั้ง Map
การปลูกบอนไซเบื้องต้น
บอนไซ วีดีโอ
ดวงชะตาปี2560
สาระน่ารู้
GREEN TOUR ท่องเที่ยวเขียวๆ




 

พระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริงในความแห่งธรรม



พระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริงในความแห่งธรรม (ตอน ๑)

ปุจฉา : เดี๋ยวนี้วัดต่างๆ ตลอดจนถึงบุคคลมากมายได้กล่าวอ้างว่า มีพระบรมสารีริกธาตุบ้าง

มีพระอรหันตธาตุบ้าง ... บางบุคคลกล่าวร่ำลือว่า พระบรมธาตุเสด็จมามากมาย เคยเข้าไปดูในหลายรายตามที่เขาอ้างว่าพระธาตุเสด็จมาเอง ... พบว่ามีจำนวนมากมาย ใส่ขวดแก้วแสดงไว้ให้ดูเป็นประจักษ์หลักฐาน แม้เดินทางไปกราบสักการะพระเจดีย์ตามวัดวาอารามต่างๆ ทั่วประเทศ ก็จะประกาศว่า พระเจดีย์ที่นี่มีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ หรือมีพระอรหันตธาตุของพระสงฆ์สาวกสมัยพุทธกาลรูปนั้น รูปนี้ บางรูปก็เคยได้ยินชื่อ บางรูปก็ไม่เคยได้ยินชื่อ จึงให้งงงวย!! ว่า เอ๊ะ...เราควรจะเชื่อหรือไม่!? และควรจะปรับสภาพจิตอย่างไรเพื่อไม่ให้ไปกังขาจนกลายเป็นอคติ มีความคิดไปในทางไม่เชื่อ ไม่ศรัทธา จึงมิได้หมายความว่า ไม่ศรัทธา ไม่เชื่อในพระพุทธศาสนา แต่ไม่เชื่อ ไม่ศรัทธา ว่าเป็นเรื่องจริง หรือเป็นพระบรมธาตุ พระอรหันตธาตุจริงในบางกรณี แต่ในบางกรณีก็เชื่อได้ มีศรัทธา เพราะมีที่ไปที่มาอย่างชัดเจน จึงใคร่ขออาราธนาพระคุณเจ้าช่วยแสดงความควร มิควร ในเรื่องดังกล่าว และมีวิธีการอย่างไรต่อการที่จะเชื่อได้ว่า เป็นพระบรมสารีริกธาตุจริง เป็นพระอรหันตธาตุจริง เพื่อการกราบสักการบูชาที่เป็นมงคลอย่างแท้จริง...

จาก ศรัทธาแท้ในพระพุทธศาสนา (รอคอยคำตอบ)

วิสัชนา : เจริญสุขสาธุชนผู้หนักแน่นมั่นคงในพระพุทธศาสนา จาก ปุจฉา ที่ตั้งขึ้น เมื่ออ่านพิจารณาแล้ว ผู้ถามมิใช่ว่าไม่มีศรัทธา หรือไม่เชื่อว่า พระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุของพระสงฆ์สาวก ผู้ปฏิบัติดี-ปฏิบัติชอบ มี!! แต่เกิดความลังเลสงสัย ในกรณีที่มีวัดวาอารามหรือศาสนิกชนบางบุคคลอ้างว่า มีพระบรมสารีริกธาตุ หรือมีอรหันตธาตุ หรือมีธาตุพระอริยสงฆ์ โดยเฉพาะที่กล่าวว่า เสด็จมาเองอย่างอัศจรรย์ อาตมาก็เคยมีประสบการณ์ตรงกับการได้เข้าไปทัศนาพระบรมธาตุหรือธาตุสาวก ที่ศรัทธาสาธุชนบางท่านได้บอกเล่าว่า เสด็จมาเองจำนวนมากมาย...บางครั้งก็ต้องทำความเข้าใจกับกรณีนั้นๆ เพื่อจะได้ไม่ล่วงเลยเข้าสู่เขตอคติอันไม่ควร...ไม่เป็นประโยชน์ใดๆ โดยอาศัยความสงบนิ่ง ไม่กล่าวว่าใช่ หรือไม่ใช่

พระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริงในความหมายแห่งธรรม (ตอน ๒)

ไม่โอ้อวดไปพิสูจน์ด้วยสติปัญญาพื้นๆ แต่ก็จะแนะนำให้ความรู้ความควรแก่ผู้มีศรัทธาว่า

พระบรมสารีริกธาตุมีความเป็นมาอย่างไร มีลักษณะอย่างไร และควรบูชาอย่างไรที่ถูกควร... โดยเฉพาะการตรวจสอบตามพุทธบัญญัติถึงลักษณะที่ถูกต้อง เข้าอยู่ในข่ายอันน่าเชื่อได้ว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุจริง ซึ่งต้องมีรูปพรรณสัณฐานเป็นอย่างนี้!? ได้แก่ จะต้องมีสัณฐานต่างกันเป็น ๓ ขนาด คือ

๑.ขนาดโต มีประมาณเท่าเมล็ดถั่วแตก

๒.ขนาดกลาง มีประมาณเท่า เมล็ดข้าวสารหัก

๓.ขนาดเล็ก มีประมาณเท่า เมล็ดพันธุ์ผักกาด

ซึ่งสาเหตุที่แตกกระจายเป็นขนาดต่างๆ นั้น อ้างว่าเป็นไปตามพุทธประสงค์ ด้วยอานุภาพ พระพุทธอธิษฐาน จึงยังให้ พวยเพลิง ที่เกิดจาก เตโชธาตุ บันดาลติดพระจิตรกาธาร อันสำเร็จด้วยอานุภาพแห่งเทวดาผู้มีฤทธิ์ ที่ลุกพวยพุ่งโชตนาพระพุทธสรีระศพที่พันห่อหุ้มด้วยผ้าคู่ ๕๐๐ ชิ้นในหีบทอง และจิตรกาธารได้ลุกไหม้ด้วยเพลิงที่แผดเผา แต่ยังมีสิ่งที่ซึ่งเพลิงมิได้เผาให้ย่อยยับไปด้วยกำลังอานุภาพแห่ง พระพุทธอธิษฐาน ได้แก่

๑.ผ้าหุ้มพระพุทธสรีระชั้นใน ๑ ผืน

๒.ผ้าหุ้มภายนอก เป็นผ้าห่อหุ้มพระพุทธสรีระ ๑ ผืน

๓.พระเขี้ยวแก้วทั้ง ๔

๔.พระรากขวัญทั้ง ๒

๕.พระอุณหิส ๑

จากรายการ ๒, ๔, ๕ จะรวมพระบรมธาตุ ๗ องค์ ได้แก่ พระเขี้ยวแก้ว ๔, พระรากขวัญ ๒, พระอุณหิส ๑ ยังคงมีพระรูปปกติ มิได้แตกกระจัดกระจาย พระบรมสารีริกธาตุทั้งหลายนอกจากนั้นแตกฉานกระจัดกระจายทั้งสิ้น มีสัณฐานต่างกันไป แบ่งได้เป็น ๓ ขนาดตามที่กล่าวมา ซึ่งเมื่อตักตวงด้วยทะนานทอง ก็จะได้พระบรมสารีริกธาตุถึง ๑๖ ทะนาน

โดยปกติแห่งพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในกาลก่อนๆ นั้น ด้วยทรงมีพระชนมายุยืนยาว พระบรมสารีริกธาตุจึงไม่แตกทำลาย คงรวมรูปอยู่เป็นแท่ง แต่ในสมัยสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานั้น พระองค์ทรงดำริว่า “ตถาคตมีพระชนมายุน้อย ประกาศพระศาสนาอยู่ไม่นานก็จะปรินิพพาน พระศาสนายังมิได้แผ่ไพศาลไปนานาประเทศ เหตุดังนั้นจึงทรงอธิษฐานว่า เมื่อตถาคตปรินิพพาน เสร็จการถวายพระเพลิงแล้ว พระธาตุทั้งหลายจงแตกกระจายออกเป็น ๓ สัณฐาน มหาชนจะได้เชิญไปนมัสการ ทำสักการบูชาในนานาประเทศที่อยู่ของตน เพื่อเป็นทางเข้าถึงกุศลอันอำนวยผลให้บังเกิดในสุคติภพต่อไป”

ดังนั้น เมื่อเสร็จการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระศพ ณ มกุฎพันธนเจดีย์ เมืองกุสินารา หลังจาก ท่ออุทกธาราแห่งน้ำทิพย์ ตกลงจากอากาศมาดับเพลิงให้อันตรธานไปแล้ว เมื่อมัลลกษัตริย์ได้มาจัดเก็บพระบรมสารีริกธาตุ

 

พระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริงในความหมายแห่งธรรม (ตอน ๓)

เพื่ออัญเชิญประดิษฐานในหีบทองน้อย ก็ได้พบเห็นพระบรมธาตุขนาด ๓ สัณฐานจำนวนมากมาย

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

มีสีสุกปลั่งสว่างขาวโพลนดุจประกายแห่งมุก และพระบรมธาตุอีก ๗ องค์ที่ยังคงรูปสมบูรณ์ ประดิษฐานวางใสอยู่ท่ามกลาง ดุจดวงแก้วมณีที่ทอแสงสว่างไสวอันน่าอัศจรรย์ยิ่ง จึงได้พร้อมใจกันกระทำการสักการะอัญเชิญสู่พระหีบทองและนำขึ้นประดิษฐาน เหนือคชาธารช้างพระที่นั่ง อันตกแต่งด้วยเครื่องอลังการ ถวายพระเกียรติอย่างสูงสุด

พร้อมกระทำสักการะด้วยธูปเทียน สุคนธมาลาบุปผาชาติ แล้วแห่เข้าสู่ภายในพระนคร อัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ณ เบื้องบนรัตนบัลลังก์ ภายใต้เศวตฉัตร ณ พระโรงราชสัณฐาคาร บรรดามัลลกษัตริย์ทั้งหลาย ได้พร้อมใจกันกราบการสักการะอย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติแห่งความเป็นสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า มีการจัดตั้งกองกำกับจาตุรงคเสนาโยธาหาญ พร้อมสรรพด้วยศัสตราวุธ เพื่อป้องกันรักษาพระบรมสารีริกธาตุทั้งภายนอกภายในอย่างมั่นคง แล้วจัดการสมโภชบูชาพระบรมสารีริกธาตุเป็นมโหฬารยิ่ง ตลอดกาลถึง ๗ วัน

ต่อมาจอมกษัตริย์เจ้าผู้ครองนคร อีก ๗ แว่นแคว้น เมื่อทราบข่าวว่า พระผู้มีพระภาคทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว จึงได้ส่งราชทูตมาขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ณ เมืองกุสินารานคร ได้แก่

๑.พระเจ้าอชาตศัตรู แห่งพระนครราชคฤห์

๒.พระเจ้าลิจฉวี แห่งพระนครไพศาลี

๓.พระเจ้ามหานาม แห่งพระนครกบิลพัสดุ์

๔.พระเจ้าฐลิยราช แห่งอัลลกัปปนคร

๕.พระเจ้าโกลิยราช แห่งรามคามนคร

๖.พระเจ้ามัลลราช แห่งปาวานคร

๗.มหาพราหมณ์ แห่งเวฏฐทีปกนคร

ต่อมาด้วยอุบายอันแยบคายของ โทณพราหมณ์ ผู้เป็นบัณฑิต เป็นทิศาปาโมกข์อาจารย์ สอนไตรเภทแก่กษัตริย์ทั้งหลาย จึงได้ระงับเหตุร้ายอันจะเกิดจากความวิวาทกันของบรรดาเหล่ากษัตริย์ทั้งหลาย

พระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริงในความหมายแห่งธรรม (ตอน ๔)

ทั้ง ๘ พระนครที่ปรารถนาจะได้มีส่วนในพระบรมสารีริกธาตุ ด้วยอุบายวิธีที่นำไปสู่ สันติวิธี ด้วย อนุสติธรรม ที่ โทณพราหมณ์ ได้กล่าวในท่ามกลางจอมกษัตริย์จากทั้ง ๘ พระนครว่า

“...ข้าแต่ท่านผู้จอมแห่งประชาราษฎร์ทั้งหลาย แท้จริงทุกๆ ท่าน ก็มิใช่สักการะ เคารพ บูชา พระผู้มีพระภาคเจ้า โดยฐานที่พระองค์เป็นกษัตริย์ที่สูงโดยชาติและโคตร หรือสูงโดยเกียรติ ยศ ศักดิ์ และทรัพย์สมบัติแต่ประการใดเลย...ปรากฏว่า เราทั้งหลายสักการะเคารพบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยพระธรรม ด้วยความเชื่อถือในพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ ที่พระองค์ทรงประทานไว้ทั่วกัน

ก็ธรรมทั้งหลายที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทานไว้นั้น พระองค์ทรงสรรเสริญ ขันติ-ความอดทน อหิงสา-ความไม่เบียดเบียน และสามัคคี-ความพร้อมเพรียงกัน อันเป็นหลักธรรมที่ทรงคุณค่าอันสูง ควรที่คนทั้งหลายควรปฏิบัติทั่วกัน

เมื่อเป็นดังนั้นแล้ว เหตุอันใดเล่า เราทั้งหลาย จะพึงวิวาทกัน จะพึงประหารกัน ข้อนั้น ไม่เป็นการสมควรเลย

เพราะฉะนั้น ขอท่านทั้งหลาย จงสามัคคีปรองดองกันเถิด ขอทุกท่าน จงมีส่วนได้พระบรมสารีริกธาตุของพระผู้มีพระภาคเจ้า อัญเชิญไปสักการะจงทั่วกันเถิด ขอพระบรมสารีริกธาตุที่เคารพบูชาอันสูง จงแพร่หลายออกไปยังพระนครต่างๆ เพื่อเป็นที่สักการะ เคารพ บูชา ของมหาชนทั้งปวงเถิด...”

นี่คือวาทธรรมอันไพเราะ ลุ่มลึก แยบคาย ต่อการนำไปสู่ สันติจิต ของเหล่าบรรดาจอมกษัตริย์ทั้งหลาย ให้รู้จักใช้ สันติวิธี แถมแนว วิถีพุทธ ในการแก้ไขปัญหาให้จบลงด้วยอำนาจแห่งธรรม ตามที่ โทณพราหมณ์ ได้แสดงท่ามกลางจอมกษัตริย์ทั้งปวง ซึ่งสอดคล้องกับหลัก รัฐประศาสโนบาย จนได้ สติปัญญา กลับคืนมา ให้วางศาสตราอาวุธ เข้าสู่ ธัมมวิธี มีการยินยอมพร้อมเพรียงกัน มอบให้ โทณพราหมณ์ ตักตวงพระบรมสารีริกธาตุด้วยทะนานทอง ถวายกษัตริย์ทั้ง ๘ พระนคร พระนครละ ๒ ทะนาน

พระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริงในความหมายแห่งธรรม (ตอน ๕)


รวมพระบรมสารีริกธาตุ ๑๖ ทะนานพอดี และได้แบ่งถวายพระอังคารธาตุให้แก่กษัตริย์แห่งโมรีนคร ซึ่งเดินทางมาภายหลังจากการแบ่งปันพระบรมสารีริกธาตุเสร็จสิ้นแล้ว เพื่ออัญเชิญกลับไปทำการสักการบูชายังพระนครของตน

บรรดากษัตริย์ทั้ง ๙ พระนคร (รวมโมรีนคร) ที่ได้รับส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ต่างก็อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับไปยังพระนครของตน ด้วยขบวนอันมโหฬาร แล้วก่อพระสถูปเจดีย์ขึ้นบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อถวายการสักการะอย่างสมพระเกียรติ ในฐานะพระบรมศาสดาจารย์ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เพื่อมหาชนจะได้มาถวายสักการบูชา

จึงมี พระสถูปเจดีย์ ที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ อยู่ที่ ๙ พระนคร และมีพระตุมพเจดีย์ อันบรรจุทะนานทองตวงพระบรมสารีริกธาตุ ที่เมืองกุสินารานคร ซึ่งเป็นไปตามความปรารถนาของ โทณพราหมณ์ จึงรวมทั้งสิ้น ๑๐ พระสถูปเจดีย์

สำหรับ พระเขี้ยวแก้ว เบื้องบนขวา และพระรากขวัญขวา ขึ้นไปประดิษฐานอยู่ในพระจุฬามณีเจดีย์สถาน ณ ดาวดึงส์เทวโลก

พระเขี้ยวแก้ว เบื้องต่ำขวา เดิมไปประดิษฐานอยู่ ณ เมืองกาลิงคราฐ แต่บัดนี้ไปสถิตอยู่ใน ลังกาทวีป

พระเขี้ยวแก้ว เบื้องบนซ้าย ไปประดิษฐานอยู่ ณ เมืองคันธารราฐ

พระเขี้ยวแก้ว เบื้องต่ำซ้าย ไปประดิษฐานอยู่ใน นาคพิภพ

พระรากขวัญ เบื้องซ้าย กับพระอุณหิส ขึ้นไปประดิษฐานอยู่ในทุสสเจดีย์ ณ พรหมโลก

พระทนต์ ทั้ง ๓๖ พระเกศา พระโลมา กับพระนขา ทั้ง ๒๐ นั้น เทพยดาอัญเชิญไปองค์ละองค์ สู่จักรวาลต่างๆ สำหรับพระบริขารพุทธบริโภคทั้งหลายนั้น ก็ได้รับการอัญเชิญไปบรรจุไว้ในสถูปตามพระนครต่างๆ เช่น พระกายพันธ์ สถิตอยู่เมืองปาฏลีบุตร,

พระอุทกสาฎก สถิตอยู่เมืองปัญจาลราฐ, พระจัมมขันธ์ สถิตอยู่เมืองโกสราฐ, ไม้สีฟัน สถิตอยู่เมืองมิถิลา, พระธัมมกรก สถิตอยู่เมืองวิเทหราฐ, มีดกับกล่องเข็ม สถิตอยู่เมืองอินทปัตถ์, ฉลองพระบาทและถลกบาตร สถิตอยู่เมืองอุสิรพราหมณคาม, เครื่องลาด สถิตอยู่เมืองมกุฏนคร, ไตรจีวร สถิตอยู่เมืองภัททราฐ, บาตร สถิตอยู่ที่เมืองปาฏลีบุตร ภายหลังไปอยู่ลังกาทวีป และนิสีทนะสันถัด สถิตอยู่ที่เมืองกุรุราฐ

ที่กล่าวมาทั้งหมดเพื่อให้เห็นร่องรอยที่ไปที่มาและความเป็นมาของพระบรมสารีริกธาตุ ตลอดจนพระบริขารพุทธบริโภค โดยเฉพาะ พระพุทธาธิษฐาน ที่ว่า

พระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริงในความหมายแห่งธรรม (ตอนจบ)


“หากศรัทธามั่นคง ดำรงเป็นตถาคตโพธิศรัทธา เป็นศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา สามารถน้อมนำสู่ความเพียรชอบ มีสติ มีสมาธิอันชอบ”

เราดำรงอยู่ได้ไม่นาน

เหล่าสัตว์เป็นจำนวนน้อย ได้เห็นเรา

ที่ไม่ได้เห็นเราจำนวนมากกว่า

ภายหน้า สัตว์เหล่านั้นจักได้ถือเอาธาตุของเราบูชาอยู่ในที่นั้นๆ จักมีสุคติเป็นเบื้องหน้า...

ด้วยอำนาจพุทธาธิษฐานที่เปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันไม่มีประมาณ เราจึงได้เห็นพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานมาจนถึง ณ วันนี้ เพื่อประกาศความสืบเนื่องและความยังคงมีอยู่ของพระพุทธศาสนา โดยพระบรมสารีริกธาตุจะต้องมีรูปพรรณสัณฐาน ๓ ขนาดที่แตกกระจายออก และยังคงรูปเต็มสมบูรณ์ในพระบรมธาตุ ๗ องค์ ตามที่กล่าวมา ด้วยรูปพรรณสัณฐานที่ถูกต้องตามบัญญัติ

จึงจะเชื่อได้ในเบื้องต้นว่า ใช่ เป็นพระบรมสารีริกธาตุหรือไม่... สำหรับที่ไปที่มานั้น คงจะยากลำบากต่อการสืบสวน แม้จะทราบว่าเบื้องต้นมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐาน ณ ที่ใดบ้าง ด้วยสภาพกาลที่ผ่านมาถึง ๒,๖๐๐ ปี การขับเคลื่อนของพระพุทธศาสนา แม้ยังคงดำรงอยู่ แต่ก็เปลี่ยนแปลงไปประดิษฐานตามสถานที่ต่างๆ ที่หมู่ชนยังพึงรองรับพระพุทธศาสนาได้ ดังที่ปรากฏการสูญสลายของพระพุทธศาสนาบนแผ่นดินเกิดในชมพูทวีปและการปรากฏ การสืบเนื่องพระพุทธศาสนานอกเขตชมพูทวีปดังในปัจจุบัน

ดังนั้น จึงต้องใช้ความศรัทธาที่มีปัญญาเป็นเครื่องมือตรวจสอบด้วยจิตที่มีสติกำกับ จนตั้งมั่น และอธิษฐานเพื่อการสักการบูชา ก็คงจะได้รับคำตอบโดยธรรมว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ ... พระบรมสารีริกธาตุ แต่หากเข้าใจความเป็นเนื้อแท้ของพระพุทธศาสนาที่สาธุชนควรเข้าถึง เชื่อการสักการบูชาด้วยการ ปฏิบัติบูชา ดังปรากฏในเนื้อความที่ โทณพราหมณ์ กล่าวท่ามกลางจอมกษัตริย์เพื่อระงับข้อพิพาทที่จะเกิดสงครามแย่งชิงพระบรม สารีริกธาตุ หากรู้จักนำมาคิดพิจารณาก็คงจะได้รับคำตอบว่า แท้จริงแล้วชาวพุทธควรเข้าถวายสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเข้าถึงพระธรรมคำสั่งสอน ใช่หรือไม่... ซึ่งนั่นหมายถึงเนื้อแท้ความจริงของการเพ่งพินิจพิจารณา ควรทะลุพระบรมสารีริกธาตุไปสู่พระธรรมคำสั่งสอนอันเป็นไปเพื่อประโยชน์สูง สุดเพื่อพระนิพพานเป็นสำคัญ ไม่ควรยึดติดกังขาอยู่ในเรื่องดังกล่าวที่ว่า ใช่ เป็นพระบรมสารีริกธาตุหรือไม่... หากมีที่ไปที่มาเหมาะสมควรแก่การฉลองศรัทธาและนำไปสู่การประพฤติปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย ก็พึงเชื่อเถิด หากเป็นความเชื่อที่ไม่เลยเถิดหลุดออกไปจากปัญญา ความแท้จริงหรือไม่ของพระบรมสารีริกธาตุ... จึงไม่ใช่เรื่องหลัก หากสาธุชนมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมีปัญญา น้อมนำเอาพระธรรมคำสั่งสอนมาศึกษาปฏิบัติ เพื่อเข้าให้ถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าที่แท้จริง อันหมายถึงพระธรรมคำสั่งสอนนั่นเอง!! จึงอยู่ที่จิตใจของเราต่างหากว่ามีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนาหรือไม่ หากศรัทธามั่นคง ดำรงเป็นตถาคตโพธิศรัทธา เป็นศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา สามารถน้อมนำสู่ความเพียรชอบ มีสติ มีสมาธิอันชอบได้แล้ว นั่นแหละเป็นความจริงแท้ที่ควรก่อให้เกิดขึ้นและควรรักษาไว้ให้มั่นคง และถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะมิใช่พระบรมสารีริกธาตุแท้จริง เป็นเพียงดิน หิน ทรายธรรมดาๆ แต่หากจิตใจเราน้อมระลึกเป็นธัมมานุสติ จนถึงพระธรรมคำสั่งสอนอันเป็นไปเพื่อความสงบ ระงับ คลายจากความกำหนัดยินดี และสิ้นความกำหนัดยินดีได้... สิ่งนั้นก็ย่อมมีประโยชน์เที่ยงแท้โดยธรรมทันที... จึงควรมองอย่างเข้าใจในความหมายอันแท้จริงของการถวายการสักการบูชาในพระพุทธ ศาสนาว่าสาธุชนพึงประสงค์สิ่งใดต่อการกราบไหว้บูชาสักการะในเครื่องหมายทั้ง ปวงแห่งพระพุทธศาสนา!?

เจริญพร


โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

คัดจาก น.ส.พ.โพสต์ทูเดย์  เริ่มฉบับวันที่ 21-28 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2555
ขออนุญาตเผยแพร่  ด้วยจิตคารวะ



Tags : พระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุุ พระธาตุ

 
« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
กรมอุตุนิยมวิทยา
บ้านและสวน
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ผู้จัดการ
คมชัดลึก
กรุงเทพธุรกิจ
bangkokpost
Nation
โพสต์ ทูเดย์
แนวหน้า
discovery channel
ฮวงจุ้ยอินเตอร์
เพื่อนบ้านทั้งหมด
Link
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
yellowpages.co.th
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
unseentourthailand.com
the potted World
igetweb.com
-----[FreeSplanS.com]-----ศูนย์รวมแบบบ้าน และ ตกแต่ง หลากหลายสไตล์-----
igetweb.com
Everything is Easy with Easy Branches.
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
Free advertising
เพื่อนบ้านทั้งหมด
 หน้าแรก Home  รวมรูปภาพ Gallery  วีดีโอ Videos  บทความ Article  เว็บบอร์ด Webboard ติดต่อเรา contact us
By bonsaibaan.com.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view