http://www.bonsaibaan.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก Home  รวมรูปภาพ Gallery  วีดีโอ Videos  บทความ Article  เว็บบอร์ด Webboard  ติดต่อเรา contact us
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
Menu
หน้าแรก Home
รวมรูปภาพ Gallery
วีดีโอ Videos
บทความ Article
เว็บบอร์ด Webboard
ข่าวสาร news
การปลูกบอนไซเบื้องต้น
บอนไซ วีดีโอ
สาระน่ารู้
ดวงชะตาปี 2562
GREEN TOUR ท่องเที่ยวเขียวๆ




 

มองญี่ปุ่น : ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต

มองญี่ปุ่น : ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต

Bookmark and Share

ผมได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาที่เมือง Aizu-Wakamatsu ซึ่งทางฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจการพัฒนา (IDE : Institute of Developing Economies) เป็นเจ้าภาพจัดให้สำหรับนักวิจัยรับเชิญของสถาบัน โดยทางสถาบันได้ขอร้องแกมบังคับให้นักวิจัยรับเชิญทั้งหลายตอบแทนการไป เที่ยวฟรีด้วยการเขียนความเรียงเกี่ยวกับการไปทัศนศึกษาครั้งนี้ เพื่อให้คณะกรรมการบริหารสถาบันได้อ่าน 


ผมเริ่มต้นความเรียงของตนเองด้วยการบอกว่า ความเรียงที่ส่งให้นี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่การรายงานให้ครูใหญ่ญี่ปุ่นได้ ทราบว่านักเรียนเฒ่าคนนี้เห็นญี่ปุ่นเป็นอย่างไรและเห็นอะไรบ้าง หากแต่มีเป้าหมายอยู่ที่การมองสังคมญี่ปุ่นเพื่อ จะหันกลับมามองสังคมไทยของผมเอง โดยหวังว่าจะเข้าใจสังคมไทยจากแง่มุมที่ต่างออกไป หรืออย่างน้อยก็เป็นการมองจากแง่มุมเดิมแต่ด้วยดวงตาที่เปิดกว้างมากขึ้นจน สามารถมองเห็นสังคมที่ตนมีชีวิตอยู่มาแต่อ้อนแต่ออกได้ชัดเจนและรอบด้านขึ้น


อาจกล่าวได้ว่าการศึกษาเรื่องราวของคนต่างชาติต่างภาษาไม่ว่าชาติใด ก็ตาม ในท้ายที่สุดแล้วก็เป็นไปเพื่อที่เราจะเข้าใจสังคมของเราเองให้แจ่มชัดขึ้น  นักวิชาการด้านไทยศึกษาที่เป็นชาวญี่ปุ่นซึ่งมีชื่อเสียงมากคนหนึ่ง ได้แก่ ศ.ดร.อากิระ สุเอฮิโร (Akira Suehiro) (ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว และนักวิชาการไทยแทบทุกท่านรู้จักชื่อเสียงท่านผู้นี้ดี) ได้กล่าวกับผมในวงสนทนายามค่ำคืนว่า ท่านศึกษาประเทศไทยก็เพื่อที่จะหันกลับมาเข้าใจประเทศของท่านมากขึ้นนั่นเอง


การทัศนศึกษาที่เมือง Aizu-Wakamatsu ได้ทำให้ผมเข้าใจความสลับซับซ้อนของการรับรู้ประวัติศาสตร์ของคนในสังคมญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น ผมขอเล่าให้ฟังดังนี้


หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง สังคมญี่ปุ่นจะ ต้องหาทางออกจากประวัติศาสตร์ชาตินิยม-จักรพรรดินิยม เพราะไม่มีทางที่ชาวญี่ปุ่นจะสามารถทนอยู่ได้ด้วยสำนึกประวัติศาสตร์แบบเดิม ในยามแพ้สงคราม น่าสนใจที่สังคมญี่ปุ่นได้สร้างวาทกรรมประวัติศาสตร์ว่าด้วย “ความเป็นญี่ปุ่น” (Japanesness ในภาษาอังกฤษ หรือ nihonjinron ในภาษาญี่ปุ่น) ซึ่งได้สร้างให้สังคมญี่ปุ่นมีความเฉพาะ (uniqueness) อย่างยิ่ง


นักวิชาการบางท่านถือว่ากระบวนการดังกล่าวนี้เป็นชาตินิยมทาง วัฒนธรรม แต่ผมเห็นว่านี่เป็นกระบวนการเปลี่ยนประวัติศาสตร์บาดแผลให้กลายมาเป็น “มรดกของชาติ” ซึ่งทำให้คนญี่ปุ่นทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมอยู่ในมรดกของชาติได้อย่าง ปลอดภัย ที่สำคัญความเฉพาะอย่างยิ่งของ “ความเป็นญี่ปุ่น” นี้เองที่ได้กลายมาเป็นพลังทางด้านความสำนึกในการพัฒนาประเทศภายหลังสงครามโลก


กรอบความคิดเรื่อง “มรดกของชาติญี่ปุ่น” ที่ถูกสร้างขึ้นนี้มีลักษณะทั่วไปสูงมาก ทุกมิติทางสังคมและวัฒนธรรมสามารถนำเข้ามาอยู่ในกรอบของความเฉพาะนี้ได้หมด ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปก็ย่อมทำให้คนกลุ่มต่างๆ ในสังคมญี่ปุ่นที่ มีความแตกต่างหลากหลายเพราะอยู่กันคนละพื้นที่ทางประวัติศาสตร์เกิดความอึด อัด ณ จุดนี้เองที่นำไปสู่การรื้อฟื้นและการสร้าง “ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น” ขึ้นมา


ที่เมือง Aizu-Wakamatsu ได้รื้อฟื้นและสร้างประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ในสงครามโบชิน (Boshin War) (สงครามครั้งนี้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังเรื่อง The Last Samurai) โดยมีจุดเน้นจุดหนึ่ง อยู่ที่การฆ่าตัวตายแบบญี่ปุ่น (seppuku) ของนักรบรุ่นเด็กอายุไม่เกิน 20 ปี โดยที่เข้าใจผิดคิดว่าปราสาทของนายตนเองถูกเผาเป็นเถ้าถ่านแล้ว นักรบเด็กกลุ่มนี้เรียกว่า Byakkotai (White Tiger Corps) ประเด็นของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ถูกเน้นเป็นเรื่องของการตกลงใจที่มั่นคง ของผู้คนในการรักษาความเป็นท้องถิ่นของตน โครงเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นนี้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นละครและภาพยนตร์หลาย ต่อหลายครั้งจนโครงเรื่องที่เน้นการดำรงรักษาสังคมวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นที่ รับรู้กันทั่วไป


นอกจากประวัติศาสตร์ของการต่อสู้แล้ว ชาวเมือง Aizu-Wakamatsu ยังเก็บประวัติศาสตร์ของโรงเหล้าสาเกที่มีชื่อเสียงให้นักท่องเที่ยวและคน ชอบดื่มได้แวะมาเยี่ยมเยียน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนจากต่างถิ่นได้มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์การ สุราของเมือง ไม่เพียงเท่านี้นะครับ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นยังเปิดพื้นที่ให้แก่คนที่มีบทบาทในประวัติศาสตร์ ญี่ปุ่นมากมายหลากหลายกลุ่ม รวมทั้งนักคิดที่มีส่วนในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยโดชิชา


เรื่องที่เกี่ยวพันอยู่กับท้องถิ่นเช่นนี้โลดแล่นอยู่ในสำนึกของผู้ คนในท้องถิ่นตลอดมา เมื่อสิบปีก่อนผมเคยไปนั่งจิบสาเกที่เมืองฟูชิมิ อาจารย์ที่พาผมไปก็ชี้ให้ดูสถานที่การต่อสู้ของทหารในสงคราม Boshin นี้ โดยท่านยืนยันว่าชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นก็มีการรับรู้เรื่องราวเช่นนี้กัน ทั่วไป


จะเห็นได้ว่าในด้านหนึ่ง ประวัติศาสตร์ชาติของญี่ปุ่นที่เน้น “ความเป็นญี่ปุ่น” แบบที่ได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในช่วงหลังสงครามโลกนั้นได้ถูกทำให้เป็นมรดก ของชาติ เพื่อที่จะทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับอดีตและอัตลักษณ์ญี่ปุ่นไม่บาดลึกลงไปใน อารมณ์ความรู้สึกของคน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ได้มีการสร้างประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่คนตัวเล็กตัวน้อย ได้เข้าไปมีส่วนร่วม จนเกิดความผูกพันและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของท้องถิ่น โดยที่สำนึกด้วยว่าแต่ละท้องถิ่นซึ่งมี “ความเฉพาะ” นั้นล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งของชาติญี่ปุ่นอย่างเสมอภาคกันทั้งสิ้น

                  

 

ประวัติศาสตร์เช่นนี้เองที่เป็น “ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต” ที่ทำให้ผู้คนในท้องถิ่นต่างๆ สามารถจะยึดถือเอาเป็นแกนกลางหรือเป็นสมบัติร่วมกันในการสร้างสายสัมพันธ์ และความผูกพันระหว่างกัน และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของคนในแต่ละท้องถิ่นล้วนอยู่ในฐานะ “ความทรงจำร่วมกัน” ของชุมชน ที่คนในแต่ละชุมชนสามารถนำไปเป็นพลังหรือทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการสร้างสรรค์ ทางเศรษฐกิจที่เหมาะแก่ท้องถิ่นของตนอีกโสดหนึ่งด้วย 


ที่น่าสนใจอย่างมากอีกประการหนึ่งก็คือ มีการนำเอาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่มีชีวิตเหล่านี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์หรือ ละครทางโทรทัศน์มากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภายใต้เงื่อนไขใหม่ทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่เปลี่ยน แปลงอย่างมากมายจนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับสองของโลกนั้น สังคมญี่ปุ่นได้เลือกที่จะล้วงเอาพลังจากประวัติศาสตร์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการเสนอทางเลือกเพื่อการปรับตัวของคนในสังคม


สังคมไทยเราได้ละเลยประวัติศาสตร์ชีวิตชุมชนท้องถิ่นไปเนิ่นนาน แม้ว่ามีการเรียกร้องจากหลายฝ่าย แต่ก็ไม่ได้เกิดการสร้างสรรค์ขึ้นอย่างจริงจัง เราหันกลับไปมองอดีตคราวใดก็จะพบแต่ชาวบ้าน บ้านบางระจัน และย่าโมเท่านั้น ทั้งๆ ที่ชีวิตธรรมดาของผู้คนสองฝั่งแม่น้ำทุกสายในประเทศไทยล้วนแล้วแต่มีประวัติ ศาสตร์ทั้งสิ้น  


ผมอยากให้คนสร้างละครหรือภาพยนตร์ในเมืองไทยลองเลือกหยิบนวนิยายที่ บอกเล่าเรื่องราวของสามัญชนอย่างเรื่อง ทุ่งมหาราช ของครูมาลัย ชูพินิจ มาทำให้มีชีวิตโลดแล่นอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของคนไทย เพื่อเป็นการนำร่องก่อนที่เราจะเดินไปสู่การสร้างประวัติศาสตร์ชุมชนท้อง ถิ่นที่ช่วยสร้างพลังให้แก่คนธรรมดาสามัญในสังคมไทย

 

คัดจาก น.ส.พ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2552

ขออนุญาตเผยแพร่  ด้วยจิตคารวะ

 

Tags : ญี่ปุ่น ประวัติศาสตร์ สังคมญี่ปุ่น

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
« May 2019»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
กรมอุตุนิยมวิทยา
บ้านและสวน
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ผู้จัดการ
คมชัดลึก
กรุงเทพธุรกิจ
bangkokpost
Nation
โพสต์ ทูเดย์
แนวหน้า
discovery channel
ฮวงจุ้ยอินเตอร์
เพื่อนบ้านทั้งหมด
Link
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
yellowpages.co.th
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
unseentourthailand.com
the potted World
igetweb.com
-----[FreeSplanS.com]-----ศูนย์รวมแบบบ้าน และ ตกแต่ง หลากหลายสไตล์-----
igetweb.com
Everything is Easy with Easy Branches.
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
Free advertising
เพื่อนบ้านทั้งหมด
 หน้าแรก Home  รวมรูปภาพ Gallery  วีดีโอ Videos  บทความ Article  เว็บบอร์ด Webboard ติดต่อเรา contact us
view