http://www.bonsaibaan.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก Home  รวมรูปภาพ Gallery  วีดีโอ Videos  บทความ Article  เว็บบอร์ด Webboard  ติดต่อเรา contact us
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
Menu
หน้าแรก Home
รวมรูปภาพ Gallery
วีดีโอ Videos
บทความ Article
เว็บบอร์ด Webboard
ข่าวสาร news
สถานที่ตั้ง Map
การปลูกบอนไซเบื้องต้น
บอนไซ วีดีโอ
ดวงชะตาปี2560
สาระน่ารู้
GREEN TOUR ท่องเที่ยวเขียวๆ




 

ข้อเขียนน่าสนใจของนักเล่นไม้บอนไซรุ่นลายคราม

ผมได้พบข้อเขียนที่น่าสนใจมากของนักเล่นไม้บอนไซรุ่นลายคราม

ท่านโอสถ โกศิน

ผม จึงขอนำมาเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจได้อ่านกันครับ

                                                

การจัดหาต้นไม้เพื่อทำบอนไซ

Bookmark and Share

                  การทำบอนไซเป็นเรื่องการหาต้นไม้มาใส่กระถางในที่บังคับ และกำหนดให้เติบโตโดยมีรูปพรรณสัณฐาน ตามความต้องการของเจ้าของ  ฉะนั้นการได้ต้นไม้มาจึงเป็นจุดเริ่มต้น ของการปลูกบอนไซ หลักทั่วไปก็ควรเป็นต้นไม้ยืนต้น และสามารถมีอายุยืนนานยิ่งนานเท่าใดก็จะทำให้บอนไซมีค่ามากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจึงควรมุ่งถึงพันธุ์ไม้เนื้อแข็งจะเป็นต้นอะไรก็ได้ อย่างไรก็ดีญี่ปุ่นเขาก็ไม่จำกัดและถือเป็นหลักเคร่งครัดนัก ส่วนมากไม้ของญี่ปุ่นมักเป็นต้นเมเปิ้ล นอกจากนั้นก็มีไม้ผล เช่น แอปเปิล พลำไม้ดอกเขาก็ใช้ Azelea และเฟื่องฟ้า เคยเห็นต้นไผ่ก็มี อีกอย่างหนึ่งที่เขาเอามาทำบอนไซ คือ ซูวาโบกี (ligularia tussilaginea) ซึ่งเป็นไม้กอ ลักษณะ คล้ายบัว บีใบกลมๆ คล้ายใบบัว ออกดอกสีเหลืองคล้ายดวงเรือง วิธีได้พันธุ์ไม้ มาก็มีหลายอย่าง คือ การซื้อจากร้านขายต้นไม้ การเพาะเมล็ด การติดตา ต่อกิ่ง การตัดกิ่งชำ การตอนและแยก และการขุดต้นจากป่า ดังจะขอแยกเรื่องออกศึกษาเป็นเรื่องๆ ดังต่อไปนี้

1.การซื้อ

                       การซื้อต้นไม้จากผู้นำมาขายจากต่างจังหวัดและตามร้าน ขายต้นไม้เป็นวิธีง่ายและเหมาะสำหรับผู้ที่มีทุนทรัพย์ แต่ไม่มีเวลาจะไปหาต้นไม้ด้วยตนเอง วิธีนี้ออกจะสิ้นเปลืองหน่อย ได้เคยลองดู 2-3 ครั้ง ซื้อมาสัก10ต้น เพื่อเป็น ตัวอย่าง แล้วก็มิได้ทำอีกสู้ไปหาเองไม่ได้ ประการแรก เป็นการสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น นอกจากนั้นถ้าไม่มีความ ละเอียดพอ มีการตรวจต้นไม้ให้แน่ชัดก่อน เมื่อนำมาปลูก ไม่กี่วันก็จะเกิดความเสียใจ เพราะต้นไม้ตายไปเฉยๆ เมื่อแกะดินออกตรวจปรากฏว่าบางต้นไม่มีรากอยู่เลย เพราะไม้บางชนิดอาศัยน้ำในลำต้นได้หลายวันและแตกกิ่งอ่อนให้เห็นเสียด้วย เมื่อหมดอาหารในลำต้นก็ต้องตาย บางต้นเขาเอาดินใส่และห่อด้วยพลาสติก แต่มิได้เจาะรูให้น้ำระบายได้ เมื่อเอามาปลูกรากเน่าเหม็นจนแมลงวันตอมแล้วก็ตาย นอกจากนั้นส่วนมากเป็นไม้ที่นำมาจากต่างจังหวัดผู้ขุดมิได้ให้ความระมัดระวังเพียงพอ เช่น ปล่อยให้ดินแตก ใส่รถซึ่งไม่มีหลังคาถูกแดดเผ้าไหม้เกรียมและทิ้งอยู่หลายๆวัน เมื่อมาถึงมือเราก็สุดความสามารถที่จะช่วยไว้ได้ ปัญหาสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็ คือ การเรียกชื่อแต่ละท้องถิ่นนั้นไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นไม้คนละอย่างกับที่ควรจะเป็น เคยซื้อต้นไม้ชนิดหนึ่ง ผู้ขายบอกว่าต้นมะแอ ขณะนั้นมีแต่ใบอ่อน ไม่อาจจะพิจารณาได้ว่าเป็นต้นอะไร เมื่อเอามาแล้วนำไปเทียบกับต้นไม้ในป่าซึ่งมีอยู่มากมาย ก็คือต้นพลองนี่เอง ในปัจจุบันมีผู้สั่งสำหรับบอนไซจากต่างประเทศมาขายกันมาก เช่น ต้นชา เอมไทร เป็นต้น แต่ต้นหนึ่งมีมูลค่าเป็นพันๆบาท ดูไม่สู้จะคุ้มกัน การซื้อเอามาเพื่องานอดิเรกก็จำต้องอดใจ ปัญหาเรื่องการซื้อต้นไม้แปลกๆ และราคาแพงนี้ ผมได้รับคำสั่งสอนจาก คุณครูที่เคารพไว้ว่า ถ้าไปเห็นต้นไม้ราคาแพงแล้วเกิดชอบอยากได้ ในวันนั้นอย่างเพิ่งซื้อ ให้เพียงดูให้อิ่มตา แล้วกำหนดจดจำราคาไว้ กลับบ้านแล้วรอดูสัก3คืน ถ้าเกิดฝันถึงต้นไม้นั้นแล้วก็รีบกลับไปซื้อ ถ้าไม่ฝันก็ลืมมันเสีย ผมได้ใช้วิธีนี้อยู่หลายครั้ง และได้ผลในทางไม่ฝัน จึงประหยัดเงินไว้สำหรับซื้อกระถางสวยๆได้อย่างสบาย วิธีของคุณครูนี้ผมคงคิดว่ามุ่งไปถึงเส้นประสาท คือถ้าเรามีสตางค์พอจะซื้อได้ แต่ไม่ซื้อก็เหมือนกับไปร้านอาหารทะเลที่เขาคิดราคากุ้งมังกรนึ่งตัวละ 500บาท เราอยากกินแต่แพงไป ทั้งๆที่พอ มี 500 บาท จะจ่ายได้ความรู้สึกสองด้านเกิดณรงค์กันเอง คือความอยากกินกับความเสียดายเงิน ฉะนั้นถ้ามีการฝันว่าได้กินกับความเสียดายเงิน ฉะนั้นถ้ามีการฝันว่าได้กินก็หมายความว่าตัณหาด้านอยากกินชนะจึงต้องกิน ถ้าไม่กินก็จะถูกโรคเส้นประสาทกลับมากินเราเอง     เมื่อคิดว่าไม่ซื้อพันธุ์ไม้ที่มีขายในท้องตลาดแล้ว ก็ต้องหันมาพึ่งตนตามหลักอัตโนนาโถ คือ เข้าป่าหาเอาเอง ซึ่งจะ กล่าวในตอนต่อไป การเข้าป่าหาต้นไม้นี้ได้ความเพลิดเพลินหลายอย่าง เช่น เป็นการทัศนาจร เกิดความภูมิใจว่าเราได้มาด้วยน้ำมือของเรา ที่สำคัญที่สุดก็คือต้นไม้ทุกต้นมีประวัติว่าได้มากจากไหน อย่างไร ทำให้เราจำไม้ของเราได้แม่นเหมือนกับคนซื้อสุนัขต่างประเทศที่มีประกาศนียบัตรแสดงถึงต้นตระกูลว่าได้มาจากพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ทวดชื่ออะไร สำหรับเอาไว้คุยกันแต่สุนัขจะดีวิเศษเพียงไรก็เป็นอีกเนื่องหนึ่ง

2.การเพาะเมล็ด

                  ไม้ประเภทคงทนอายุยืนในเมืองไทยมีมากมายหลายชนิดอยู่ที่ความสนใจของเราที่จะเสาะแสวงหามาเล่น มะขามออกจะง่ายหน่อย เพราะเมื่อเพาะขึ้นแล้วก็แข็งแรงแรงและโตเร็วเมื่อเริ่มโตจะดัดให้หงิกงอเป็นรูปอย่างใดก็ได้ หรือจะเลี้ยงให้มีลักษณะเหมือนไม้ใหญ่ดังของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งออกฝักในกระถางก็ได้ เมล็ดพันธุ์อย่างอื่นก็หาได้ไม่ยากนัก เช่น เมล็ดตะโก พลับ ไม้ดำ มะหาด  มะสัง  เงาะ ลำไย ลิ้นจี่  มะเฟือง กระบก มะขามเทศ มะขามป้อม ตะแบก อินทนิล ราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ ไทร เป็นต้น ข้อสำคัญต้องออกเสาะหาให้ถูกต้องตามฤดูกาล เพราะถ้ากะเวลาไม่ถูกผลอาจยังไม่สุกเสียเวลาเปล่า หรือไปหาเมื่อผลหล่นมาแล้ว เป็นเวลานาน ก็จะมีสัตว์บางชนิด เช่นกระรอก กระแต หนูจะกินเมล็ดหมดไปเสียก่อนที่เราจะได้มา ส่วนมากผลไม้ป่ามักหล่นในฤดูแล้ง เคยไปหาเมล็ดมะสังทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในระหว่างต้นพฤษภาคม บางต้นยังมีลูกติดต้นเขียวสดอยู่ บางต้นผลหล่นลงมาแล้ว ปรากฏว่ามีสัตว์กัดกินไว้แตกเป็นสองซีก แต่ก็ยังพอเก็บเมล็ดมาเพาะได้บ้างอย่างไรก็ดี แม้ว่าในบางคราวจะไม่มีโอกาสเก็บผลมาได้ถูกกับจังหวะที่เล่น แต่ถ้าเป็นผลไม้ชนิดที่ไม่มีสัตว์กิน เพียงขุดเอามาแล้วใส่กระถางรวมไว้รอให้ต้นแข็งแรงเคยพบต้นไม้ดำที่งอกอยู่ใต้ต้นไม้ต้นแม่เป็นจำนวนมาก ขุดให้ติดดินมา มีข้อควรสังเกตว่าการขุดลูกไม้เช่นนี้มาปลูก การปลูกรวมไว้หลายๆต้น ในกระถางเดียวกัน ต้นไม้กลับเจริญได้เร็วกว่าเอามาแยกปลูกกระถางละต้น

               การทำบอนไซจากการเพาะเมล็ด ต้องการความอดทนมาก สำหรับต้นสนที่เพาะเมล็ดนั้นญี่ปุ่นเขาต้องเก็บไว้ในกระถางเพาะถึง 2 ปี แล้วจึงเลือกต้นที่แข็งแรงแยกปลูก กระถางเดี่ยว ค่อยๆ ตกแต่งไปใช้เวลาถึง5 ปี บอนไซจึงได้รูปร่างที่ต้องการ สำหรับเมล็ดพันธุ์ไม้ของไทย คงไม่ต้องใช้เวลานานถึงเพียงนั้น เช่น มะขาม อาจแยกเพาะในกระถางเดี่ยวเมล็ดละกระถาง ภายใน 6 เดือน ก็จะเริ่มตกแต่ง ได้เพราะเป็นไม้ที่เจริญเร็ว เท่าที่พบมาสำหรับไม้ดำ รออยู่จนหนึ่งปีก็ยังทำอะไรไม่ได้ สำหรับมะเฟือง มะหาด โตเร็ว ไม่แพ้มะขาม แต่มะสังต้องใช้เวลานานหน่อย ต้นไทรก็ขึ้นเร็ว ไม่เกิน 6 เดือน ก็เห็นรูปร่างแล้ว สรุปได้ว่าการจะใช้เวลา นานเท่าใดขึ้นอยู่กับชนิดของเมล็ดพันธุ์ วิธีเพาะต้นไม้ที่จะทำบอนไซก็ใช้วิธีเพาะเมล็ดธรรมดา ทั่วๆไป นำเมล็ดมาแช่น้ำไว้สักหนึ่งคืน พอรุ่งขึ้นเห็นว่ามีเมล็ดจมบ้างลอยน้ำบ้าง พวกที่ลอยน้ำนั้นคือ เมล็ดลีบเพาะไม่ขึ้น ต้องตักทิ้งไป ส่วนพวกที่จมก็เอามาเพาะและจะขึ้นเกือบทั้งหมด การเพาะเมล็ดใช้วิธีเตรียมกระถางขนาดลึกสัก 6 นิ้ว ใช้ลวดตะแกรงปิดที่รูกระถางเสียก่อน ชั้นล่างโรยอิฐหักก้อนเล็กๆ สักครึ่งนิ้วเพื่อให้น้ำระบายได้ ดินที่ใช้เพาะสมควรผสมให้ร่วนไม่ต้องใส่ปุ๋ย เมื่อเอาเมล็ดอีกชั้นหนึ่งแล้วจะรดน้ำ การรดน้ำควรใช้กระป๋องมีฝักบัว ถ้าใช้สายยางฉีดน้ำแรงจะพัดเอาเมล็ดกระจายไปจากดินได้  ควรฉีดยาค่าแมลงและยากันเชื้อราไว้ด้วย เพื่อป้องกันมิให้มามดกินเมล็ดเสียก่อนงอก เมื่อเมล็ดงอกและต้นสูงขึ้นสัก 3 เดือน จะเริ่มปุ๋ยอย่างอ่อนๆ บ้างก็ได้ เพื่อให้ลุกไม้แข็งแรงกระถางเพาะต้องออกวางให้ถูกแดดอยู่เสมอ เมื่อถึงเวลาที่จะตัดสินแยกลูกไม้ออกลงกระถางเดี่ยว ควรคัดลูกไม้ที่ขึ้นเป็นหมู่ๆ เก็บไว้บ้าง เพื่อทำบอนไซแบบหมู่ คือให้ขึ้นกระถางละหลายต้น เป็นทำนองปลูกไม้ป่าไว้ในกระถาง

                   เมล็ดบางชนิด เช่น มะสัง เป็นที่โปรดปรานของหนูมาก ไม่ทราบว่าจะมีกลิ่นบอกหนูหรืออย่างไร ในคืนเดียว เคยถูกหนูมาขุดคุ้ยดินเอาเมล็ดไปกินเสียกว่าครึ่ง ในกรณีเช่นนี้ก็จำเป็นต้องหาลวดมายกกระถางแขวนเสีย หรือจะวางไว้บนปากไหน้ำก็ได้ เพราะหนูไม่อาจปืนขึ้นมาได้ ต้องรดน้ำกระถางที่เพาะทุกวัน เมื่อต้นยังอ่อนอยู่ต้องระมัดระวังอย่าให้ถูกน้ำแรงเกินไป มิฉะนั้นต้นจะเอน คอยถอนลูกหญ้าซึ่งขึ้นปนมากับดินเพื่อมิให้แย่งอาหาร  สำหรับเมล็ดไทรนั้น การเพาะต้องใช้วิธีแตกต่างไปจากการเพาะเมล็ดอย่างอื่น เพราะเมล็ดไทรมีลักษณะเป็นผงละเอียดคล้ายเมล็ดเฟิร์น จึงต้องใช้กระถางอัดด้วยรังของกระเช้าสีดา หรือกาบมะพร้าว แล้วขยี้เมล็ดไทรลง ใช้กระจกปิดปากหรือกระถางป้องกันมิให้เมล็ดถูกน้ำพัดเวลารดน้ำ

3.การติดตาต่อกิ่ง

               การติดตาหรือต่อกิ่งสำหรับไม้บอนไซก็ใช้วิธีอย่างที่ทำกันทั่วๆไป การต่อกิ่งอาจทำได้สองวิธี คือทาบกิ่งข้างๆ หรือต่อยอดบน  การติดตาก็อาจเลือดติดในที่ๆเหมาะ วิธีนี้ใช้สำหรับไม้ที่หายากหรือเจริญยาก อาศัยตอไม้ชนิดเดียวกันที่มีความแข็งแรง ทั้งอาจมีประโยชน์ที่ต้องการไม้หลายชนิดในตระกูลเดียวกันให้มาอยู่ในกระถางเดียวกันโดยอาศัยตอๆเดียว เช่นจะทำเฟื่องฟ้ากระถางหนึ่งให้มีหลายสี ก็เลือกเฟื่องฟ้าสีต่างๆ มาต่อกิ่งไว้ในโคนเดียวกัน นอกจากนั้นจะมีประโยชน์ในกรณีที่ต้องการขยายพันธุ์ไม้ชนิดหายากให้ได้มากต้นขึ้น วิธีติดตาและต่อกิ่งย่อมเป็นที่ทราบกันทั่วไป สำหรับนักเล่นต้นไม้จึงไม่จำเป็นต้องกล่าวไว้ในที่นี้

4.การตัดกิ่งชำ

                การตัดกิ่งปักชำนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่นักเล่นต้นไม้กระทำกันอยู่ เกือบไม่ต้องมีการอธิบายในที่นี้ จึงใคร่ขอเสนอข้อเท็จจริงบางประการเท่าที่ได้พบมาเท่านั้น ตามธรรมดาต้นไม้ที่เป็นไม้ประเภทยืนต้นย่อมตัดกิ่งมาปักชำได้ เว้นแต่บางพวกที่มีโพรงในลำกิ่ง เช่น มะเดื่อ ใช้ปักชำได้ ไม้พวกมียางปักชำได้ง่ายกว่าไม้ธรรมดา เช่น ยางอินเดีย ไทร  จะขอเล่าวิธีปักชำของญี่ปุ่นเสียก่อน ซึ่งเข้าใจว่าจะนำมาใช้กับการปักชำในเมืองไทยไม่ได้ทั้งหมด เพราะพันธุ์ไม้และดินฟ้าอากาศแตกต่างกัน วิธีของญี่ปุ่นนั้นในเบื้องต้นเขาให้เลือกกิ่งที่แข็งแรงจากบอนไซเองที่โตเกินไปแล้วหรือจากต้นไม้ธรรมดา สำหรับไม้ชนิดที่ผลัดใบอยู่แล้ว ก็ตัดเอาจากต้นไม้ธรรมดา ตัดขนาดเพียง 2 นิ้วครึ่ง และถ้าเป็นไม้ที่มีใบอยู่ก็ตัดออกเสียราว 3 ใน 4 ส่วนของทุกใบคงเหลือไว้เพียง 1 ใน 4 การที่ต้องตัดใบออกเสียบ้างเช่นนี้เพื่อป้องกันมิให้น้ำระเหยจากกิ่งมากเกินไป รอยกิ่งที่ตัดมาจะแต่งด้วยมีดคมๆ ตัดครั้งเดียวให้ขาดเป็นรูปปากฉลาม การใช้มีดคมตัด ดีกว่าการใช้กรรไกร เพราะการหนีบด้วยกรรไกรทำให้กิ่งช้ำ ญี่ปุ่นเขาใช้วิธีชำต้นไม้หลายๆกิ่งรวมกันในกระถางเดียว กระถางชำเตรียมดินร่วนไว้ไม่ต้องใส่ปุ๋ย บางคนก็ใช้ผงฮอร์โมนสำหรับต้นไม้ทารอยแผลที่ตัดไว้เสียก่อนเพื่อทำให้รากออกเร็ว แต่ข้อนี้ไม่ใช่เป็นของจำเป็นเขาปักกิ่งไม้ลงในดิน 3 ใน 4 ส่วน ของความยาวของกิ่งตัดไว้ และห้ามมิให้ฝังใบติดลงไปในดินด้วย รดน้ำด้วยกระป๋องฝักบัว เพื่อให้กำลังน้ำอ่อนจะได้ไม่พัดกิ่งโยก  ในระยะแรกเขาจะหาที่วางกระถางให้ร่มๆไว้ก่อน และรดน้ำวันละหลายครั้ง ทำให้ใบชุ่มน้ำอยู่เสมอ หลังจากนั้นสองสัปดาห์จึงเอาออกมาเพื่อจึงเอาออกมาให้ถูกแดดเฉพาะตอนเช้า วันละสัก 2-3 ชั่วโมง ต่อมาอีกสัก 1-2 เดือน จึงยกกระถางออกมาให้ถูกแดด เต็มที่ แล้วก็เริ่มให้ปุ๋ยอ่อนๆได้ ญี่ปุ่นเขาจะแยกกิ่งจากกระถางรวมภายหลังการปังกิ่ง 1 ปี และต้องใช้เวลาดัดตัดแต่งอีกราว 4-5 กิ่งที่ปักชำจึงจะเจริญเติบโตมาเข้าลักษณะบอนไซตามที่เจ้าของต้องการ

                สำหรับการปักชำไม้ในประเทศไทยนั้น คิดว่าทำได้ง่ายกว่าในญี่ปุ่นมาก เพราะอากาศของเรามีความชื้นมากกว่าและทั้งไม่มีฤดูหนาวอันจะก่อให้เกิดความความชะงักงันแก่ต้นที่เคยทำมาวิธีที่ตัดโคนกิ่งด้วยมีดด้วยมีดให้เป็นรูปปากฉลามนั้นเหมาะดี เพราะโคนกิ่งจะเน่ายากหน่อย แต่ก็เคยใช้ยากันเน่าหรือปูนแดงทาเสียก่อนด้วย ก็ช่วยได้มาก ข้อสำคัญอย่าให้โคนเน่าเสียก่อนก็มีหวังแตกราก

                 ดินที่ใช้ในการปักชำ เคยใช้ดินล้วนๆก็มี ทรายล้วนก็มี แต่บางทีก็ลองผสมให้ดินร่วนก็มี แต่บางทีก็ลองผสมให้ดินร่วน  เช่น ใส่ทรายและอิฐหักลงไปด้วยก็เห็น ก็เห็นกิ่งชำแตกรากอยู่เสมอ แตกเร็วบ้างช้าบ้าง แล้วแต่อายุ ของกิ่งและฤดูที่ปักชำเห็นว่าการปักชำในระหว่างฤดูฝนให้ผลแน่นอนกว่าฤดูแล้งหรือหนาว แตกรากอยู่เสมอ  ต่อมาเมื่อปักชำหลายครั้งเข้าก็พบว่าอีกวิธีหนึ่งได้ผลมากกว่าจึงขอนำมากล่าวไว้ในที่นี้ด้วย  คือการใช้ขี้เถ้าแกลบ ใช้กระถางขนาด 4-6 นิ้ว ชั้นล่างใส่อิฐหักทุบก้อนเล็กๆ รองกันไว้สัก 1 นิ้ว ตอนบนใส่ขี้เถ้าแกลบขึ้นมาจนเต็ม รดน้ำและกดให้แน่น นำกิ่งชำที่แต่งไว้เรียบร้อยแล้ว คือตอนโคนตัดด้วยมีดคมเป็นรูปปากฉลามทาแผลที่โคนด้วยยากันเน่าหรือปูนแดงกิ่งชำไม่ควรยาวเกิน 6 นิ้ว เพราะเกรงว่าน้ำเลี้ยงจะขึ้นไปไม่ถึงยอด ใบที่ติดกิ่งอยู่ตอนโคนปลิดออกเหลือแต่ใบตอนบน ใบที่เหลือก็ควรขลิบออกเสียสักครึ่งหนึ่งหรือ 3 ใน 4 เพื่อมิให้คายน้ำในต้นมาก ใช้ไม้ปักขนาบกิ่งและผูกเชือกให้แน่น เพื่อกันมิให้โยกเมื่อถูกลมหรือรดน้ำการชำนี้แยกชำกระถางละ 1-3 กิ่งเท่านั้นมิได้ชำรวมมากๆกิ่งแบบญี่ปุ่น ฉะนั้นถ้าหาขวดปากกว้างได้ เช่น ขวดกาแฟผงก็ใช้ขวดครอบกิ่งไว้อีกชั้นหนึ่ง ปากขวดแคบกว่ากระถางก็จะเหลือที่ของกระถางให้รดน้ำได้ หรือจะใช้ถุงพลาสติคใสหุ้ม แทนขวดก็ได้ วิธีนี้จะช่วยเก็บความชื้นไว้ได้มาก ทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อย กิ่งไม้ชำอยู่ในขี้เถ้าแกลบนี้ สัก 2-3 สัปดาห์ก็จะเห็นกิ่งใหม่และใบใหม่แตกออกมา รออีกสัก 2-3 สัปดาห์เมื่อเห็นว่าใบใหม่แก่ดีแล้วก็แสดงว่า มีรากแตกมากก็แยกออกปลูกในกระถางและใช้ดินได้  ตอนที่เอาออกจากกระถางชำจะเห็นราแตกเต็ม การที่ใช้ขี้เถ้าแกลบซึ่งโปร่งและเบาทำให้ช่วยรักษารากมิให้ขาด ฉะนั้นขี้เถ้าแกลบที่ติดรากอยู่บ้างก็ไม่จำเป็นต้องล้างออก ปลูกลงดินไปเลยก็ได้ ถ้านำมาล้างขี้เถ้าแกลบออกเสียก่อนอาจทำให้รากขาดได้

                       ไม้ที่นำมาปักชำนั้น โดยปกติตัดจากตอนยอดของกิ่งและเป็นไม้ขนาดเล็กความยาวไม่ควรเกิน 6 นิ้ว กิ่งลักษณะนี้มักปักชำได้ง่าย แต่มีข้อยกเว้นอยู่อย่างหนึ่ง คือต้นไทร กิ่งใหญ่มักปักชำได้ง่ายกว่ากิ่งเล็ก เคยลองตักกิ่งขนาดเท่าแขนยาวราวหนึ่งเมตร เอาลงมาปักลงในพื้นทรายเฉยๆโดยไม่ต้องใช้กระถางไม่เกิน  3 สัปดาห์ ก็แตกกิ่งอ่อนและรากพอจะขุดขึ้นจากกระถางได้แล้ว อย่างไรก็ดีกิ่งชำนี้เมื่อได้มาแล้วควรจะรีบทำการชำทันทีอย่าทิ้งไว้นาน อัตราการออกรากจะสูงมากกิ่งที่ทิ้งไว้ 2-3 วันแล้วจึงชำมักจะออกรากยาก เว้นแต่ได้มีการรักษาความชื้นของกิ่งช่วยไว้บ้าง เช่น แช่น้ำทางโคนกิ่งหรือพรมน้ำให้ชุ่มใส่ถุงพลาสติคเป่าลมมียางรัดแน่นไว้ ก็จะช่วยให้การชำได้ผลกว่าที่จะปล่อยกิ่งตัดไว้ตามบุญตามกรรมหลายวันก่อนปักชำ

5. การตอน

              คำว่า ตอน นี้เป็นภาษาไทยที่น่าพิศวง ถ้าใช้กับมนุษย์และสัตว์ก็หมายไปในทางลบ คือการกระทำเพื่อมิให้มีการแพร่พันธุ์ต่อไป เป็นการยับยั้งมิให้ปริมาณเพิ่มขึ้น แต่เมื่อนำมาใช้กับต้นไม้ การตอนกลับเป็นการกระทำเพื่อขยายปริมาณให้มาก การตอนต้นไม้เขาทำกันอย่างไร เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่กสิกรและนักเล่นต้นไม้ย่อมทราบกันอยู่ทั่วไป แต่เพื่อความสมบูรณ์ของเรื่องนี้ จึงขอนำมากล่าวไว้บ้าง

              การขยายพันธุ์โดยวิธีตอนดีกว่าการปักกิ่งชำหลายประการ คือสามารถเลือกกิ่งใหญ่ๆรวมทั้งกิ่งสาขาตอนแยกออกมาได้เป็นต้นเดียว และอาจรักษาใบไว้ได้ด้วย ฉะนั้นเมื่อนำกิ่งตอนมาทำบอนไซ จึงใช้เวลาน้อยกว่ากิ่งชำหรือเพาะเมล็ด นอกจากนั้นยังอาจเลือกกิ่งที่มีรูปพรรณสัณฐานที่จะนำมาเป็นบอนไซที่งามต้นใหม่อีกต้นหนึ่งได้ทันที และในเวลาเดียวกันอาจเป็นการแต่งต้นเดิมให้มีรูปทรงดีกว่าเก่า กิ่งตอนดีกว่าเพาะเมล็ดเพราะสามารถได้กิ่งใหญ่และไม่มีรากแก้วง่ายกว่าการปลูกและการตกแต่ง

                  การตอนต้นไม้ก็คือการกระทำแก่กิ่งไม้ให้เกิดเป็นแผลที่จะทำให้การส่งอาหารและน้ำไปยังปลายและบริเวณกิ่งที่ต้องการตอนไม่สะดวก ทำให้กิ่งนั้นมีความจำเป็นต้องสร้างรากเพื่อหาอาหารของตนเอง และผู้ตอนก็ถือโอกาสนี้นำความชื้นไปพอกไว้ตรงบริเวณแผล รากก็ย่อมจะออกมาหาอาหาร เมื่อรากแก่ได้ขนาดก็ตัดเอากิ่งที่ติดรากนั้นออกมาปลูกเป็นต้นใหม่

                 การตอนต้นไม้แบ่งออกได้เป็นสองอย่าง คือตอนส่วนบนให้รอยตอนถูกอากาศได้ กับการตอนส่วนล่างคือ ใช้ดินทับหรือทาบกิ่งลงในดินมิให้รอยตอนถูกอากาศ การตอนส่วนบนอาจทำได้ 3 วิธี คือเมื่อเลือกบริเวณที่ต้องการจะตอนได้แล้ว วิธีแรกใช้ลวดทองแดงรัดและขันให้แน่นที่กิ่งต่ำลงมาสักหนึ่งนิ้วจากบริเวณที่ต้องการให้รากงอก วิธีนี้เป็นการห้ามมิให้รากส่งน้ำเลี้ยงและอาหารขึ้นไปสู่กิ่งที่ต้องการตอน ทำนองเดียวกับคนที่ถูกงูกัด เราก็ใช้ผ้ารัดมิให้พิษงูแล่นขึ้นไปสู่หัวใจ การใช้ลวดทองแดงก็เพื่อมิให้เกิดสนิม ต่อจากนั้นก็ใช้กาบมะพร้าวหรือมอสที่ชุ่มน้ำหุ้มตรงรอยลวดมัดให้แน่น ขนาดของสิ่งที่หุ้มนี้ควรจะเป็นสามเท่าของขนาดของกิ่งเพื่อเก็บความชื้นได้มาก และใช้แผ่นพลาสติคสใสหุ้มอีกชั้นหนึ่ง  ใช้ลวดหรือเชือกมัดหัวมัดท้าย ตอนบนปล่อยให้ขอบพลาสติคยื่นเลยมอสออกไปเพื่อสะดวกในการรดน้ำ การใช้พลาสติคใสจะมีประโยชน์ที่ทำให้แสงแดดส่องถึง  และเมื่อมีรากออกมาก็จะเห็นได้ง่าย เมื่อรากงอกออกแล้วอย่าใจร้อน ถ้ารีบตัดตั้งแต่รากยังอ่อนต้นไม้มักจะตาย ควรรอจนเห็นรากสีน้ำตาล การใช้เวลาตอนช้าเร็วเพียงไรสุดแต่ลักษณะของต้นไม้นั้น บางอย่างก็ออกรากเร็ว เช่นต้นไทร ราว  15 วันก็ตัดกิ่งมาปลูกได้ บางอย่างช้าจนไม่น่าเชื่อ เคยตอนไม้ดัดชนิดหนึ่งที่มีผู้ได้มาจากเขมร ใบคล้ายๆตะโก แต่บางและยาวกว่า ต้องใช้เวลาถึง 4 เดือน ต้นไม้ของญี่ปุ่นบางชนิด เขาใช้เวลาเป็นปี

                  วิธีที่สองใช้มีดเฉือนลงไปในกิ่งให้ลึกประมาณ 1 ใน 3 ของกิ่ง แล้วเอาเศษกระเบื้องหรือก้นกรวดเหน็บที่แผลไว้เพื่อป้องกันมิให้แผลกลับติดกัน วิธีที่สามก็ใช้วิธีปอกเปลือกอย่างที่เราตอนต้นไม้กันอยู่ทั่วไป วิธีนี้บางทีก็ทำให้กิ่งตายได้ เมื่อปอกเปลือกแล้วควรจะทิ้งไว้สักวันหนึ่ง  เพื่อให้แผลแห้งเปลือกจะไม่ได้ลามไปติดกันอีก        ขั้นต่อไปของสองวิธีนี้ก็คือการเอากาบมะพร้าวหรือมอสหุ้มและห่อด้วยแผ่นพลาสติคดังได้กล่าวไว้แล้วในวิธีที่หนึ่ง

           ความสำคัญเรื่องการตอนต้นไม้นี้ก็อยู่ที่ต้องรดน้ำทุกวัน อย่าให้ขาดน้ำ ถ้าปล่อยให้แห้งกิ่งอาจจะตาย และคอยสังเกตรากจนแก่ได้ที่แล้วจึงตัด ก่อนจะปลูกลงกระถางควรพยายามเอามอสที่ติดรากออกเสียก่อน ตอนนี้ต้องใช้ความประณีตหน่อย เพราะถ้าดึงไม่ดี รากจะขาดอาจทำให้กิ่งตายได้ ฉะนั้นถ้าเห็นว่าจะเอาออกไม่หมดได้ก็ปล่อยให้ติดรากไปจะดีกว่า ควรเอาลงปลูกกระถางธรรมดาเสียก่อน และอย่าลืมปักไม้มัดให้แน่น รอจนรากเต็มกระถางแล้วจึงเปลี่ยนลงกระถางบอนไซ ตอนนี้จะตัดแต่งรากอย่างไรก็จะไม่ตาย เมื่อลงกระถางบอนไซได้รูปตามที่ต้องการแล้ว ก็เอากระถางลงแช่น้ำเสียสักครึ่งชั่วโมงเพื่อไล่อากาศ ออกให้หมด และทำให้ดินเกาะรากได้แน่นเป็นอันเชื่อใจได้ว่าจะไม่ตาย

                  การตอนส่วนล่าง คือใช้ดินทับหรือทาบกิ่งนั้น ต้องเลือกกิ่งที่อยู่ติดๆดิน และขนาดพอที่จะดึงให้ต่ำลงโดยไม่หักได้ เฉือนกิ่งตรงที่ต้องการตอนให้ลึก 1 ใน 3 ของกิ่งแล้วเอาเศษกระเบื้องหรือกรวดเหน็บไว้ ทาด้วยฮอร์โมนสำหรับเรียกรากด้วยยิ่งดี คุ้ยดินให้เป็นร่องแล้วกดกิ่งให้ทอดไปตามร่อง ปักไม้และผูกเชือกให้แน่นกันมิให้กิ่งกระดกกลับขึ้นมา เอาดินถมให้แน่นและรดน้ำให้ชุ่มไว้เรื่อย ก็จะมีรากออกได้เหมือนกับการตอนแบบให้ถูกอากาศ วิธีนี้มีข้อเสียตรงที่ไม่อาจทราบว่ารากออกหรือยัง นอกจากต้องหมั่นค่อยๆคุ้ยดินออกมาดู ญี่ป่นเขาสามารถตอนต้นไม้ใหญ่ๆได้ ขนาดลำต้นกว้าง 5-6 นิ้ว ต้องอดทนรดน้ำและรอดูรากออก ซึ่งใช้เวลานานเข้าใจว่าเราก็ทำกับไม้ของเราได้เช่นเดียวกัน

                                                                                                                                                                                                            ยังมีต่อครับ

 

ที่มาคัดจากหนังสือ สวัสดีปีใหม่ 2521 นายโอสถ  และ คุณหญิงลมุนศรี โกศิน

              ด้วยจิตคารวะ

Tags : คุณโอสถ โกสิน เลี้ยงบอนไซ ปลูกบอนไซ ดูแลบอนไซ บอนไซเบื้องต้น ไม้แคระ บอนไซ เรื่องบอนไซ เล่นบอนไซ ไม้บอนไซ การทำบอนไซ ต้นบอนไซ วิธีปลูกบอนไซ

ความคิดเห็น

  1. 1
    อันดา
    อันดา andagaden2010@hotmail.com 13/12/2010 15:29
    สวนอันดามันขายต้นไม้บอนไซไม้แคระไม้ประดับมงคลสวนถาดกระถางตุ้กตาดินเผาเชิญเข้าชมสวนได้ที่ซอยตรงข้ามอีซุซุเกาะแก้วภูเก็ตรับจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์ 0898754856
  2. 2
    เอก
    เอก Aumong_almond@hotmail.com 22/09/2010 09:40
    รับซื้อต้ไม้บอนไซโคนรากใหญ่หรือขุดมาทุกขนาดทุกชนิดโทรมาเลย0894744738
  3. 3
    เด็ก
    เด็ก 26/07/2010 22:11

    ขอบคุณมากครับ


    ถ้ามีภาพประกอบ แจ่มไปเลย

  4. 4
    เกษตรมือใหม่

    ขอขอบพระคุณในความกรุรให้ความรู้
    เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับมือใหม่อย่างผม
    ขอบคุณมากครับ

  5. 5
    สมิหลา
    สมิหลา 06/02/2010 11:51

    ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
    เป็นประโยชน์มาก

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
กรมอุตุนิยมวิทยา
บ้านและสวน
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ผู้จัดการ
คมชัดลึก
กรุงเทพธุรกิจ
bangkokpost
Nation
โพสต์ ทูเดย์
แนวหน้า
discovery channel
ฮวงจุ้ยอินเตอร์
เพื่อนบ้านทั้งหมด
Link
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
yellowpages.co.th
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
unseentourthailand.com
the potted World
igetweb.com
-----[FreeSplanS.com]-----ศูนย์รวมแบบบ้าน และ ตกแต่ง หลากหลายสไตล์-----
igetweb.com
Everything is Easy with Easy Branches.
igetweb.com
igetweb.com
igetweb.com
Free advertising
เพื่อนบ้านทั้งหมด
 หน้าแรก Home  รวมรูปภาพ Gallery  วีดีโอ Videos  บทความ Article  เว็บบอร์ด Webboard ติดต่อเรา contact us
By bonsaibaan.com.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view